Saturday, March 27, 2021

“ชัดเจน…ตั้งแต่เริ่ม”

คุณคิดว่าการที่ใครจะร่วมทางกันไปตลอด จนถึงจุดหมายปลายทาง โดยไม่หักหลังกันนั้น ควรที่จะมีความชัดเจนตั้งแต่จุดไหน..??

เมื่อครั้งที่ “เล่าปี่” มุ่งมั่นที่จะรวบรวมแผ่นดิน ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นที่กำลังอ่อนแอและเสื่อมโทรม เขาน้อมกายไปเยือนคารวะ “ขงเบ้ง” ถึง 3 ครั้ง ก่อนที่จะได้พบกับปราชญ์มังกรหลับอย่างสมใจ
 
เมื่อได้พบกับขงเบ้งแล้ว เล่าปี่ไม่รอช้าที่จะเปิดเผยถึงเป้าหมายและปณิธานอันแน่วแน่ของตนเอง ตลอดจนสิ่งที่ตนเองมีทุกอย่างให้กับขงเบ้งได้ฟัง
 

Friday, March 26, 2021

“ต่างคน…ต่างเติบโต”

คุณเคยมีกลุ่มเพื่อนรัก ที่สนิทกันบ้างไหมครับ แต่พอเมื่อเติบโตขึ้น กลับค่อยๆห่างกันออกไป จนเมื่อจากกัน คุณคาดหวังสิ่งใดมากที่สุด..??

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ มีเพื่อนรักอยู่กลุ่มหนึ่ง พวกเขาเรียนหนังสือมาด้วยกัน เล่นมาด้วยกัน ดื่มกินมาด้วยกัน เดินทางท่องเที่ยวมาด้วยกัน เติบโตมาด้วยกัน ท่ามกลางมิตรภาพอันอบอุ่น 
 
พวกเขาพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเพราะความเป็นเพื่อน สนุกสนานร้องรำทำเพลงโดยไม่ต้องห่วงภาพพจน์ ไม่มีเจ้า ไม่มีนาย ไม่บ่าว ไม่มีไพร่ ทุกคนเท่าเทียม โกรธกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายก็คืนดีกัน

Sunday, April 26, 2020

เรื่องราวเกี่ยวกับ คำนำหน้าชื่อ

คือ..ผู้ที่มีสายเกี่ยวโยงกับเจ้าเมืองในอดีต(มลายู)

คำนำหน้าชื่อที่เรียกนำด้วย "กู" จะใช้กับบุคคลที่มีเชื่อสาย เจ้าเมืองในอดีต"หากจะเรียกเพื่อยกย่องให้สมเกียรติ มักจะเรียกเพิ่มเติม "ต่วน" ไว้ข้างหน้าเป็น "ต่วนกู"

ส่วนคนที่เป็น"กู"ที่เป็นผู้ชายหากแต่งงานกับหญิง สามัญชน ลูกไม่ว่า ชายหรือหญิง ยังใช้"กู" เหมือนบิดา แต่หากคนที่เป็น"กู"ที่เป็นผู้หญิงแต่งงานกับชายสามัญชน ลูก จะต้องถูกลดชั้นลงมาหนึ่งชั้นคือ ใช้คำนำหน้าว่า"นิ" 
.
ส่วน"แว"หรือ"วัน","หวัน" คือ เป็นบุคคลที่เกิดจากมารดาที่เป็น"นิ"และบิดา เป็นสามัญชน จะไม่เรียกว่า"กู"หรือ"นิ"


Friday, April 24, 2020

ส่วนที่ ๓ กลยุทธ์เข้าตี : กลยุทธ์ที่ ๑๓ ตีหญ้าให้งูตื่น

ส่วนที่ ๓
กลยุทธ์เข้าตี
เมื่อสองฝ่ายเริ่มรบด้วยกลศึก พึ่งใช้ทุกมาตรการ
ถือเพทุกบายเป็นวิถี เอาชนะด้วยเล่ห์กล

กลยุทธ์ที่ ๑๓ ตีหญ้าให้งูตื่น

สงสัยพึงแจ้ง สังเกตจึงเคลื่อน ซ้ำซาก คืออุบายรู้มืด
กลยุทธ์นี้ความหมายว่า เมื่อมีสิ่งใดพึงสงสัย ควรจักส่งคนสอดแนมให้รู้ชัด กุมสภาพข้าศึกได้แล้วจึงเคลื่อน

นี่เรียกว่า “สงสัยพึงแจ้ง สังเกตจึงเคลื่อน” ในคัมภีร์อี้จิง ซ้ำ” ได้อธิบายไว้ว่า “ใช้มรรควิธีเดิมกลับไปมา ๗ วัน

เมื่อละเอียดแล้ว จึงเข้าใจสิ่งนั้นได้” ความหมายของคำนี้ก็คือ ต่อสิ่งใดก็ตามจักต้องสังเกตซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงจะสามารถจำแนกแยกแยะมันได้ถูก

ที่ว่า “ซ้ำซาก คืออุบายรู้มืด” นั้น เมื่อนำมาใช้ในการทหาร หมายถึงใช้วิธีการสอดแนมหลายครั้งหลายหน อันเป็นวิธีสำคัญในการเข้าใจสภาพข้าศึก ค้นพบศัตรูที่แฝงเร้นอยู่